Sirinat's profile~*Sirinat_Sarang*~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
~*Sirinat_Sarang*~S * I * R * I * N * A * T |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
한국에서의 한국어학당이나 어학원 사이트가 있는데 한번 들어가서 구경해 보세요. สำหรับผู้ที่ต้องการทราบข้อมูล, เว็ปไซต์ต่างๆ ของสถาบันสอนภาษาเกาหลีที่มหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศเกาหลีค่ะ ~*.*~
|
Sirinat_Sarang 사이트에 오신 것을 환영합니다. ขอบคุณมากๆ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนกัน และยินดีต้อนรับเข้าสู่ สเปจของ sirinat_Sarang ค่ะ...รบกวนฝากข้อความสั้นๆก่อนออกจากสเปจด้วยนะค่ะ
การดูแลเสื้อผ้าเสื้อผ้าของคุณจะมองดูสวยงามและทนทาน ควรดูแลรักษาดังนี้คือ แขวนเสื้อผ้าในไม้แขวนเสื้อให้ถูกวิธี ซักรีด รักษาให้สะอาดอยู่เสมอ ควรจะแขวนเสื้อชุด หรือเสื้อโค้ทในทันทีที่ถอดออกจากตัว ไม่ควรวางพาดไว้บนเก้าอี้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ติดกระดุมหรือรูดซิปขึ้นเพื่อให้ได้รูปทรง ใช้แปรงขนสัตว์ปัดฝุ่นอย่างระมัดระวังหลังจากสวมใส่แล้ว เป็นการปัดฝุ่นอกกทันทีที่ใช้เสร็จดีกว่าปล่อยให้ฝุ่นเกาะฝังลึก ฝุ่นหรือคราบสกปรกต่าง ๆ ให้ขจัดออกทันที่ที่รอยเปื้อนยังใหม่อยู่ ให้ศึกษาถึงรอยเปื้อนและวิธีขจัดที่ถูกต้อง รีบทำอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่ทราบวิธีการที่ถูกต้องรีบนำไปที่ร้านซักรีดให้ช่วยจัดการให้ เวลาถอดเสื้อผ้าควรทำอย่างระมัดระวัง อย่ากระชากหรือดึงอย่างรุนแรง ถ้าซิปติดต้องใจเย็น ค่อย ๆ รูด ใช้ขี้ผึ้งหรือเทียนไขทาจนทำให้ซิปรูดคล่อง ควรเย็บกระดุมให้แน่น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนหลุดหายไป ซ่อมรอยตะเข็บที่ปริก่อนที่มันจะขยายกว้างขึ้น ควรนำเสื้อผ้าออกจากตู้มาผึ่งแดดบ้าง แล้วจึงเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าดังเดิม วิธีนี้จะทำให้เสื้อผ้าไม่มีกลิ่นอับ
ห้องเก็บเสื้อผ้า ควรมีการจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ และทิ้งเสื้อชุดที่ไม่ใช้เสียบ้าง นำเสื้อผ้าที่เป็นชุดมาปัดฝุ่นและผึ่งแดด ปัดฝุ่นกล่องต่าง ๆ กระเป๋าเดินทาง ที่แวนหมวก เช็ดผนังห้อง ชั้นวางของ และตะขอต่าง ๆ ใส่กระดาษหอมไว้ตามชั้น แล้ววางของไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย
ราวตากผ้า เช็ดถูราวตากผ้าด้วยผ้าชุบน้ำบิดพอหมาด เช็ดก่อนใช้ ถ้าทำราวตากผ้าใหม่เพื่อให้เชือกตากผ้าอ่อนนุ่มไม่แห้ง ให้นำเชือกมาต้มในน้ำเดือด หลาย ๆ นาทีก่อน แล้วจึงใช้น้ำร้อนราดอีกครั้งก่อนจะนำเชือกนั้นไปขึงเป็นราวตากผ้า
ไม้หนีบผ้า ถ้าไม้หนีบผ้าสักหลาดสกปรกให้แช่ในน้ำสบู่อุ่น ๆ ถ้าเป็นไม้หนีบผ้าพลาสติคให้แช่ในน้ำสบู่อ่อน ๆ ผสมน้ำอุ่น วิธีง่าย ๆ ให้นำเอาไม้หนีบผ้าใส่ถุงตาข่ายไนล่อน แล้วแขวนเอาไว้ในน้ำสบู่ เมื่อเอาขึ้นจากน้ำสบู่ ใช้แปรงถูคราบราที่เกาะ ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง
หมวก ที่วางหมวกควรเช็ดถูให้สะอาด เมื่อใช้หมวกแล้วควรปัดฝุ่นออกให้หมด วางลงบนที่แขวนหมวก หรือเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย ใช้กระดาษทิชชู่สอดไว้ภายในเพื่อรักษารูปให้คงรูปทรง ควรใส่ยาป้องกันแมลงกินผ้าไว้ในกล่องด้วย
ซักผ้า ผ้าสีและผ้าขาวควรซักแยกออกจากกัน ถ้าเป็นผ้าลินินควรซักในน้ำร้อนซึ่งผสมน้ำยาซักแห้งหรือน้ำยาทำความสะอาด น้ำร้อนจะช่วยทำให้ผ้าสะอาดขึ้น เมื่ออบผ้าให้แห้งแล้วผ้าจะคงรูปทรงยิ่งขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าสีจะตกหรือไม่ ให้ทดลองซักเศษผ้าหรือมุมผ้าดูประมาณ 2-3 นาที ถ้าน้ำมีสีคือสีผ้าตก ไม่ควรนำผ้ามาอบ ควรใช้วิธีนำผ้าผึ่งตาก ถ้าผ้าตกสี ให้แยกออกมาซักด้วยมือ อย่าใช้เครื่องซักผ้า ใช้สบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาซักผ้าผสมน้ำอุ่นค่อนข้างเย็นแล้วซักออกด้วยน้ำเย็น จากนั้นนำผ้าที่ซักแล้วห่อผ้าขนหนูม้วน เพื่อให้ซับน้ำออกมากที่สุด แล้วจึงเอาผ้าออกจากผ้าขนนหนูตากในที่ร่ม นำมารีดในขณะที่ผ้ายังชื้นอยู่นิด ๆ ใช้เต้ารีดที่ไม่ร้อนจัด
รอยเปื้อนบนผ้าฝ้าย บางอย่างสามารถขจัดออกก่อนซักได้ โดยใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาขจัดรอยเปื้อน เช็ดออกตามคำแนะนำในฉลากที่ติดอยู่ที่ขวด
เสื้อเชิ้ตที่ใส่ทำงาน ชุดกีฬา ชุดชั้นในหรือผ้าม่าน นำมาแช่ทิ้งไว้ 10-20 นาที ในน้ำผสมน้ำยาซักผ้า ถ้าผ้ามีคราบสกปรกมากให้ผสมแอมโมเนีย 1/2 ถ้วยลงไปในน้ำที่แช่ผ้า
เสื้อผ้าฝ้ายสีขาว ถ้าต้องการให้ขาวยิ่งขึ้น ให้ใช้น้ำยากัดสีผ้าพวกคลอไรด์หรือเปอร์อ๊อกซี่ ใช้ตามคำแนะนำที่บอกไว้ที่ฉลากข้างขวด การลงแป้งอ่อน ๆ จะทำให้ผ้าขาวเรียบขึ้น
รอยเปื้อนสนิมบนเสื้อผ้าที่ซักได้ เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินินสามารถทำให้รอยเปื้อนหายไปได้ ถ้าไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน ควรนำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน แล้วหยดน้ำมะนาวตรงรอยเปื้อนสนิม แล้วจึงนำมาซักด้วยวิธีธรรมดา
สีหรือน้ำมันขัดเงาหยดเปื้อน เสื้อผ้าที่ซักได้ ให้ขจัดออกก่อนสีจะแห้ง ใช้ฟองน้ำชุบทินเนอร์ทาบริเวณที่เปื้อนโดยเร็วขณะที่ยังเปียกอยู่นั้น แล้วใช้น้ำยาทำความสะอาดขยี้ตรงรอยเปื้อน รีบแช่ในน้ำอุ่นแล้วซักทันที
น้ำยาทาเล็บหกบนผ้า อย่ารีบร้อนเช็ดออก เพราะยาทาเล็บจะเปื้อนขยายวงออกไป น้ำยาทาเล็บนี้จะด่างติดทนกับเสื้อผ้า รีบไปที่ร้านขายยาซื้อน้ำยาเคมีที่เรียกว่า "อซีโตน" มาหยดตรงรอยเปื้อน จะทำให้คราบรอยเปื้อนหาย แล้วนำมาซักล้างด้วยวิธีธรรมดา
มัสตาดเปื้อนเสื้อผ้าที่สวมใส่ ให้เอาไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์หรือน้ำส้มสายชูถูแล้วนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา
ผ้าที่เปื้อนไขมัน ให้เทน้ำยาซักฟอกลงตรงรอยเปื้อน แล้วถูให้คราบไขมันออก หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดแทนก็ได้ ล้างออกด้วยน้ำร้อนแล้วนำมาซักด้วยวิธรธรรมดา ถ้าคราบเหลือง ๆ ยังติดอยู่ สำหรับผ้าที่สีไม่ตกให้ใช้น้ำยาฟอกสีหรือไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เช็ดตรงรอยเปื้อนแล้วจึงนำมาซักตามปกติ
รอยเปื้อนเลือดบนผ้าขาว ให้ใส่ไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ลงบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้จนไม่มีฟอง ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ถ้ามีรอยเปื้อนเหลืออยู่ให้ทำซ้ำอีก แล้วจึงซักตามธรรมดา
ซักผ้าอ้อมเด็กให้สะอาด และหมดกลิ่นเหม็น ให้ใช้น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ต่อน้ำ 1 ถัง หลังจากซักผ้าอ้อมด้วยน้ำยาซักฟอกแล้วเป็นน้ำซักครั้งสุดท้าย จะช่วยให้ผ้าอ้อมเด็กอ่อนนุ่มน่าใช้ รวมทั้งเสื้อผ้าของเด็กที่สกปรกเปรอะเปื้อนด้วย
ใช้น้ำยาซักผ้าชนิดน้ำ ซักผ้าด้วยเครื่อง ก่อนที่จะนำผ้าลงซักในเครื่อง ให้ใช้แปรงซักผ้าจุ่มน้ำยาถูบริเวณคอเสื้อผ้าหรือที่อื่นที่สกปรก เสร็จแล้วนำน้ายาที่เหลือเทลงไปในเครื่องซักผ้าตามปกติ
เสื้อเปื้อนหมากฝรั่ง เอามีดขูดตรงรอยเปื้อน ฟอกด้วยไข่ขาวซักด้วยน้ำยาซักฟอก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์ แช่น้ำมันสนหรือใช้น้ำมัใสผมทาตรงรอยเปื้อน แล้งซักด้วยวิธีธรรมดา ถ้าเป็นผ้าที่ซักไม่ได้ ให้ทาน้ำแข็งตรงรอยเปื้อนแล้วขูดออก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์
ผ้าเปื้อนน้ำหมึก ถ้าสามารถนำออกซักได้ทันที จะทำให้รอยเปื้อนหมดไป วิธีซักน้ำหมึกนั้นซักได้หลายวิธี ต้องทำซ้ำ ๆ จึงจะหมด เช่นใช้เกลือโรยแล้วบีบมะนาวตรงนอยเปื้อน ใช้ไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์และน้ำยาของอ๊อกซาริคแอซิด อังบนไอน้ำเดือดแล้วนำมาซักโดยวิธีธรรมดา ถ้าเป็นผ้าที่ซักไม่ได้ ใช้แป้งโรยบนรอยเปื้อน แล้วแปรงออกหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง สีของน้ำหมึกจะจาง หรือใช้แป้งขาวโรยตรงรอยเปื้อนกลบให้กลมกลืนกัน
สวมเสื้อชั้นในแล้วขอบเสื้อใต้อกหลวม อย่าปรับด้วยการดึงสายเสื้อขึ้น เพราะจะเกิดความตึงทำให้มีอาการปวดไหล่ตามมา
ผู้หญิงจะเติบโตเต็มที่ระหว่างอายุ 18-19 ปี และจะหยุดเติบโตอายุประมาณ 20 ปี ก่อนถึงวัยนี้ ไม่ควรสวมเสื้อชั้นในชนิดดันทรงหรือเสริมทรง จะทำให้การเติบโตของทรวงอกผิดส่วน
เสื้อผ้าหน้าฝน ควรจะเป็นแบบทะมัดทะแมง เครื่องไหวไปไหนมาไหนได้สะดวก จะวิ่งหรือเดินเร็วก็ได้ ใช้กระโปรงแค่เข้ารวมกับกางเกงมองดูเป็นกระโปรงก็ดี
ฤดูร้อนควรสวมเสื้อผ้าบางเบา เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนฤดูหนาวควรสวมเสื้อผ้าค่อนข้างหนา แขนยาวปกปิดร่างกายมีเสื้อกันหนาวสวมทับ ถ้าได้นุ่งกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว จะช่วยให้อบอุ่นมากขึ้น ถ้านุ่งกระโปรงสั้นควรสวมถุงเท้ายาว
เสื้อชั้นในธรรมดากับเสื้อชั้นในสำหรับเล่นกีฬา แตกต่างกัน เมื่อเวลาเล่นกีฬา ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย ควรสวมเสื้อชั้นในชนิดที่ทำสำหรับเล่นกีฬาโเยเฉพาะ ส่วนมากทำจากผ้าฝ้ายเหมาะสำหรับซับเหงื่อ และมีจุดรั้งพิเศษสำหรับการเคลื่อนไหวมาก ๆ
เวลาเย็บผ้านวมหรือผ้าหนา ๆ ให้ใช้เทียนไขทาเข็มและด้ายร้อยเข็มไว้หลาย ๆ อันเวลาเย็บ เข็มที่เคลือบเทียนไขจะลื่นผ่านเนื้อผ้าหลายชั้นไปได้ง่าย เมื่อเวลาเย็บจะเย็บต่อเนื่องกัน ไม่ต้องหยุดชะงักเสียเวลาร้อยด้ายด้วย
ผ้าปูที่นอนเก่า ๆ ที่เลิกใช้แล้ว สามารถซ่อนรอยเปื้อนหรือรอยขาดด้วยการนำเอาเศษผ้ามาปะ แล้วนำมาคลุมเครื่องเรือนที่ไม่ใช้หรือกล่องใส่ข้างของที่ไม่ใช้แล้ว
โครงการดี ดี'โครงการกองทุนเสื้อผ้ามือสอง' ได้ดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอดเป็นระยะเวลาหลายปี และทุก ๆ ปี จะได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจดีที่เปรียบเสมือน พี่ น้อง ร่วมสังคมเดียวกัน และช่วยเหลือกันเป็นอย่างดีเสมอมา ในปีนี้ก็เช่นกัน ทางโครงการกองทุนเสื้อผ้ามือสองได้ทำการระดมสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชาวบ้านและเด็ก ๆ แต่เป็นสิ่งเหลือใช้สำหรับผู้บริจาค หนึ่งในโครงการที่ทางโครงการเสื้อผ้ามือสองได้จัดทำการประชาสัมพันธ์ระดมสิ่งของบริจาคคือ โครงการ ' ชุดนักเรียนเพื่อน้องที่ขาดแคลนได้เรียนหนังสือ ' แววตาใสซื่อและรอยยิ้มด้วยความปิติ ของ เด็ก ๆ ยามสวมใส่ชุดนักเรียนตัวใหม่ในวันเปิดเรียน เพราะ.ในวันนี้ใช่ว่าแค่วันเปิดเรียนเท่านั้นแต่เป็นวันที่เขาได้เรียนในห้องเรียนระดับที่สูงขึ้น สำหรับเด็ก ๆ ในเมืองใหญ่ที่ครอบครัวมีความพร้อมในเรื่องทุนทรัพย์ คงไม่แปลกที่เปิดเทอมแต่ละครั้งพวกเขาจะมาโรงเรียนในวันเปิดเทอมพร้อมกับชุดใหม่ รองเท้าถุงเท้าคู่ใหม่ กระเป๋านักเรียนใบใหม่ แต่เด็ก ๆ บนดอยเล่ามันแตกต่างกันยิ่งนัก วันเปิดเทอมสำหรับพวกเขาไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเลย ชุดนักเรียนตัวเก่าที่แทบจะขาด ไร้ซึ่งความขาว รองเท้าก็ไม่ต้องเอ่ยถึง เท้าเปล่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้นแหละเป็นรองเท้าอย่างดีที่พ่อแม่ให้มา กระเป๋านักเรียนก็ทำมาจากกระสอบปุ๋ยที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นว่าไร้ค่านั้นแหละคือกระเป๋านักเรียนที่สูงค่าของเด็ก ๆ ตัวน้อยที่พ่อแม่เย็บให้ ที่ผ่านมาทุกเปิดเทอมเด็กบางคนไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะพ่อไม่ไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน,สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นนักเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ร่วมกันแบ่งปันน้ำใจให้กับเด็กๆในชนบท เสื้อผ้าชุดนักเรียนที่ใช้แล้วยังเกิดประโยชน์มากมายกับเด็กๆในชนบทจริงๆ ทาง 'โครงการชุดนักเรียนเพื่อน้องที่ขาดแคลนได้เรียนหนังสือ ' ของกองทุนเสื้อผ้ามือสองได้ตั้งวัตถุประสงค์ที่จะมอบชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ และอุปกรณ์กีฬา ตามโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ทำงาน ซึ่งปีนี้ทางโครงการได้เปิดพื้นที่ทำงานให้ในโรงเรียนต่างตำบล โดยทางคณะครู และอาจารย์ อยากให้ทางโครงการของเราเข้าไปช่วยเหลือ .. ได้ดำเนินกิจกรรมตระเวนมอบชุดนักเรียนให้แก่เด็ก ๆ ตามโรงเรียนต่าง ๆ โดยปีนี้ทางกองทุนเสื้อผ้ามือสองได้ตั้งเป้าหมายที่จะมอบชุดนักเรียนมือสอง อุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ และอุปกรณ์กีฬา ตามโรงเรียนต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 17 โรงเรียน ซึ่งรวมทั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่บนดอยสูง .... นอกเหนือจากนั้นเรายังเปิดรับ...บริจาคสิ่งของอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชุมชน เด็ก ๆ ในเขตพื้นที่บนดอยสูงตามระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการต้องการ รับบริจาคเสื้อกันฝนสำหรับเด็กที่เดินไปเรียน เพราะเด็กส่วนใหญ่จะเดินไปเรียนและยากลำบากมากในการเดินทางไปเรียนในช่วงหน้าฝน ประกอบกับระยะทางที่ห่างไกลระหว่างโรงเรียนและหมู่บ้าน ซึ่งถ้าเด็กต้องเปียกปอนไปโรงเรียนทุกวันมันก็จะส่งผลถึงสุขภาพของเด็กเป็นสาเหตุสำคัญ และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียนในช่วงหน้าฝนช่วงเดือนมิถุนายน - ตุลาคม ของทุกปี · อุปกรณ์การเรียน รวมไปถึง สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด สีไม้ สีเทียน สำน้ำ จานสี เป็นต้น · อุปกรณ์กีฬาประเภทต่าง ๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เด็กรู้จักและรักการเล่นกีฬา รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด · ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบริจาคให้ตามโรงเรียนและหมู่บ้านต่าง ๆ เก็บไว้เป็นส่วนกลาง เพราะหมู่บ้านต่าง ๆ อยู่ห่างไกลอนามัย และโรงพยาบาล ประกอบกับการเดินทางยากลำบากในช่วงหน้าฝน · ของเล่นเสริมทักษะสำหรับเด็กในวัยเรียน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในการเรียนรู้นอกบทเรียน ให้เด็กรู้จักใช้ความคิดและจิตนาการ · เสื้อมือสองที่ยังอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ในช่วงวัยใดทางโครงการก็เปิดรับบริจาค เพื่อมอบให้โรงเรียนและชุมชน ต่าง ๆ ในพื้นที่ทำงาน ซึ่งปีนี้ทางโครงการได้เปิดพื้นที่ทำงานให้ในโรงเรียนต่างตำบล โดยทางคณะครู และอาจารย์ และชาวบ้าน อยากให้ทางโครงการของเราเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ซึ่งโรงเรียนและชาวบ้านยังมีความต้องการเป็นอย่างมาก .. ทางกองทุนเสื้อผ้ามือสอง จึงขอเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน มอบโอกาสสู่เด็ก ๆ บนดอย โดยร่วม อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ฯลฯ , เสื้อกันฝน ,อุปกรณ์กีฬาประเภทต่าง ๆ , ยาสามัญประจำบ้าน ,ของเล่นเสริมทักษะสำหรับเด็กในวัยเรียน 내 언니의 기쁜 소식^^소아암환자 위한 머리카락 기증
[한겨레] 김지현(33·오른쪽)씨가 30일 오전 서울 신촌 세브란스 어린이병원에서 자신의 머리카락을 기증받은 정우빈(13) 학생에게 머리핀을 꽂아 주고 있다. 소아암 환자들은 항암치료로 머리카락이 빠져 가발이 필요하지만 130만원이 넘는 비용 때문에 쉽게 이용할 수 없는 형편이다. 이화여대 대학원에서 한국어를 가르치는 김씨는 5년 동안 길러온 머리카락을 정양에게 기증했다. 정양은 6개월째 항암치료 중이며, 현재 골수기증자를 찾고 있다.박종식 기자 anaki@hani.co.kr << 온라인미디어의 새로운 시작. 인터넷한겨레가 바꿔갑니다. >> ⓒ 한겨레(http://www.hani.co.kr), 무단전재 및 재배포 금지 <한겨레는 한국온라인신문협회(www.kona.or.kr)의 디지털뉴스이용규칙에 따른 저작권을 행사합니다.> ![]() "5년 기른 머리카락 기증했어요"
“와, 새 머리가 생겨서 너무 좋아요. 너무 맘에 들어요.” 소아암을 앓고 있는 정우빈(13)군은 새로 생긴 가발을 쓰고 기뻐했다. 거울에 비친 자신의 모습이 믿겨지지 않는지, 연방 머리카락을 매만지며 엄마에게 “머리가 잘 어울려요?”라고 물었다. 우빈군은 지난해 12월 급성 백혈병 진단을 받고 힘든 투병생활을 시작했다. 올해 4월 항암치료를 받으면서 머리카락이 빠졌다. 내성적인 성격의 우빈군은 머리털이 없는 자신의 모습에 충격을 받고 한동안 거울을 보지 않았다. 사람들을 만나는 것도 피했다. 우빈군에게 다시 웃음을 찾아준 사람은 이화여대에서 한국학 석사과정을 밟고 있는 김지현(여·34)씨였다. ![]() 김씨는 등까지 내려오는 긴머리를 갖고 있었다. 5년 동안 애지중지 길러온 머리카락이었다. 작년 2월 그녀는 머리카락을 자르기로 마음먹었고, 정든 머리카락을 좋은 곳에 쓸 수 없을까 고심하던 차에 우연히 인터넷 사이트(www.locksoflove.org)를 통해 머리카락 기증이 가능하다는 것을 알았다. 김씨는 소아암협회와 종합병원들에 연락해 머리카락을 전달해 줄 환자를 찾기 시작했다. 하지만 머리카락 기증에 대해 관심을 기울이는 곳이 없었다. 다행히 1년만인 올해 2월 신촌 세브란스병원을 통해 우빈군을 만나게 됐고, 머리를 싹둑 잘랐다. 김씨의 머리카락은 약 2개월 만에 가발회사를 통해 우빈군에게 딱 맞는 가발로 다시 태어났다. 김씨는 “머리카락을 의미있게 쓸 수 있게 돼 다행이고, 가발이 우빈이에게 잘 어울린다니 더욱 기쁘다”고 말했다. <사진-0971> 소아암 환자를 위해 머리카락을 기증한 김지현씨
[사진 설명 고침] 2007년 5월 30일 15시 23분 발행된‘[사진-0868]소아암 환자를 위해 머리카락을 기증한 김지현씨’사진 설명중 ‘ 기증한 이화여대 강사 김지현씨.’를 ‘기증한 이화여대 대학원생 김지현씨’로 바로 잡습니다.소아암 환자를 위해 머리카락을 기증한 김지현씨 (서울=연합뉴스) 급성골수성 백혈병으로 항암치료를 받고 있는 중학교 2학년 정우빈양에게 자신이 5년간 길러온 머리카락을 잘라 기증한 이화여대 대학원생 김지현씨./2007-05-30 16:42:33/ <모바일로 보는 연합뉴스 7070+NATE/ⓝ/ez-i> <저작권자(c)연합뉴스. 무단전재-재배포금지.> <사진-0868> 소아암 환자를 위해 머리카락을 기증한 김지현씨
(서울=연합뉴스) 급성골수성 백혈병으로 항암치료를 받고 있는 중학교 2학년 정우빈양에게 자신이 5년간 길러온 머리카락을 잘라 기증한 이화여대 강사 김지현씨./2007-05-30 15:23:42/<모바일로 보는 연합뉴스 7070+NATE/ⓝ/ez-i> <저작권자(c)연합뉴스. 무단전재-재배포금지.> ศิลปิน : แดน บีม
^.o * ~
널 사랑하겠어
음~ 널 사랑하겠어 อึม~ นอล ซารังฮาเกดซอ ฉันจะรักแค่เธอ 내 뜨거운 입술이 너의 부드러운 입술에 닿길 원해 내 사랑이 너의 가슴에 전해지도록~~ แน ตือกออุน อิบซูรี นอเอ พูดือรออุน อิบซูเร ทัดกิล วอนแฮ แน ซารางี นอเอ คาซืเม ชอนแฮจีโตโรก ริมฝีปากอันอบอุ่นของฉันนั้นต้องการสัมผัสกับริมฝีปากอันแสนนุ่มนวลของเธอ... เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักในหัวใจของฉันให้เธอได้รับรู้ 아직도 나의 마음을 모르고 있었다며는 이 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어 อาจิกโต นาเอ มาอืมึล โมรือโก อิดซอดตา-มยอนึน อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ แต่ถ้าหากว่าเธอยังไม่รู้ความในใจของฉันแล้วละก็ จะบอกให้เธอรู้ได้รับรู้ไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ (널 사랑하겠어) 언제까지나 (널 사랑하겠어) 지금 이 순간처럼 이 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어~ (นอล ซารังฮาเกดซอ) ออนเจกาจีนา (นอลซารังฮาเกดซอ) จีกึม อี ซุนกันชอรอม อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ (ฉันจะรักแค่เธอ) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม (ฉันจะรักแค่เธอ) เหมือนเช่นในเวลานี้ วินาทีนี้ รับรู้เอาไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ 어려운 얘기도 너의 호기심을 자극할 수도 있어 ออ-รยออุน แยกีโด นอเอ โฮกีชีมึล ชากึกฮัล ซูโด อิดซอ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ฟังแล้วยากแต่ก็เชื่อว่ามันสามารถกระตุ้นความรู้สึกในใจเธอได้พอสมควรเลยทีเดียว 그 흔한 유희로 이 밤을 보낼 수도 있어 คือ นัล ยูฮีโร อี พามึล โพแนล ซูโด อิดซอ เรามาใช้เวลาในค่ำคืนนี้ด้วยกันด้วยความรู้สึกนั้นกัน 하지만 나의 마음을 그 때가 알아줬으면 해 이 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어~ ฮาจีมัน นาเอ มาอืมึล คือ แตกา อาราชอดซือมยอน แฮ อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ แต่ว่าถ้าหากว่าเธอจะรับรู้จิตใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะดี ใจของฉันที่มันบอกว่า ในโลกใบนี้ ฉันจะรักแต่เธอ แค่เธอเพียงคนเดียว 널 사랑하겠어 언제까지나 널 사랑하겠어 지금 이 순간처럼 이 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어~ นอล ซารังฮาเกดซอ ออนเจกาจีนา นอลซารังฮาเกดซอ จีกึม อี ซุนกันชอรอม อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ (ฉันจะรักแค่เธอ) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม (ฉันจะรักแค่เธอ) เหมือนเช่นในเวลานี้ วินาทีนี้ รับรู้เอาไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ (널 사랑하겠어) 언제까지나 (널 사랑하겠어) 지금 이 순간처럼 이 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어~ (นอล ซารังฮาเกดซอ) ออนเจกาจีนา (นอลซารังฮาเกดซอ) จีกึม อี ซุนกันชอรอม อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ (ฉันจะรักแค่เธอ) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม (ฉันจะรักแค่เธอ) เหมือนเช่นในเวลานี้ วินาทีนี้ รับรู้เอาไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ (널 사랑하겠어) 언제까지나 (널 사랑하겠어) 지금 이 순간처럼 이 세상 그 누구보다 사랑하겠어~ (นอล ซารังฮาเกดซอ) ออนเจกาจีนา (นอลซารังฮาเกดซอ) จีกึม อี ซุนกันชอรอม อี เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ (ฉันจะรักแค่เธอ) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม (ฉันจะรักแค่เธอ) เหมือนเช่นในเวลานี้ วินาทีนี้ รับรู้เอาไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ (널 사랑하겠어) 언제까지나 (널 사랑하겠어) 지금 이 순간처럼 세상 그 누구보다 널 사랑하겠어 (นอล ซารังฮาเกดซอ) ออนเจกาจีนา (นอลซารังฮาเกดซอ) จีกึม อี ซุนกันชอรอม เซซัง คือ นูกูโพดา นอล ซารังฮาเกดซอ (ฉันจะรักแค่เธอ) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม (ฉันจะรักแค่เธอ) เหมือนเช่นในเวลานี้ วินาทีนี้ รับรู้เอาไว้ว่า ฉันจะรักเธอมากกว่าใครๆในโลกใบนี้ 음~널 사랑하겠어 음~ 널 사랑하겠어 อึม~ นอล ซารังฮาเกดซอ อึม~ นอล ซารังฮาเกดซออืม~ ฉันจะรักแค่เธอ อืม~ ฉันจะรักแค่เธอ แบล็คเมล์รูมเมท ตั้งแต่เปิดเทอมมา แล้วอยู่ำกับเมทคนนี้ เหมือนจะเป็นโรคประสาทเลยทีเดียว ทั้งรู้สึก ชองชินออบตา ทั้งรู้สึกว่า ทำไมมันอึดอัดอย่างนี้นะ เบื่อๆๆๆๆ นอนก็ไม่ได้นอนดี อยู่ในห้องอย่าได้หวังว่าจะได้อ่านหนังสือ หล่อนจะคุยโทรศัพท์นานมากกกกกกก นินทาคนอื่นอยู่ได้ น่ารำคาญ แต่ถึงขนาดหล่อนอยู่เฉยๆ ยังทำให้เราทั้งอึดอัดทั้งรู้สึกรำคาญ ปิดโน่น เปิดนี่ เบาๆหน่อยไม่ได้เหรอเจ๊ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ว่าทำอะไรอะ ให้มันเบาๆ ขนาดแค่ปิดตู้เย็นยังได้ยินไปถึงหน้าปากซอยแล้ว ฮ่วย แล้วเป็นไรก็ไม่รู้ ปิดฝาถังขยะแค่เนี๊ย ไม่รู้จักดูก่อนปิดหรือไงฟะ ถึงได้หล่นลงพื้นทุกทีเลย ขยะก็ปลิวว่อน เสียงฝาถังขยะกระทบพื้นดังปึงปังทั้งวัน โอย ยัยเจ๊ มิน่าละ ย่างสี่สิบแล้ว ยังไม่มีเป็นตัวเป็นตนกะเค้าเลย สมน้ำหน้า แล้วนะ เดินไปเดินมาอยู่ได้ สาวๆบ้านนี้นะ เวลาเดินเนี่ย เหมือนพื้นห้องจะสะเทือนไงก็ไม่รู้ ถ้าเหินได้ละก็รับรอง เทวดาบนฟ้าอยู่ไม่ได้แน่ๆ ขอบอกใครได้ไปเป็นภรรยา ฮ่าๆๆๆๆ ช่างเรียบร้อย สะอาดเหลือประมาณ เอิ้กๆๆๆๆ จำได้เลย ตอนมาแรกๆ พูดว่า ชั้นรักการทำความสะอาด นี่นะเหรอ ขอประจานหน่อยเหอะ ความสะอาดของเธอ ขอบอกว่า นี่นะเป็นเพียงรูปเล็กๆน้อยๆ ยังไม่เต็มที่เลย แต่ที่ถ่ายเอาไว้เพราะวันนั้นมันทนไม่ไหวจริงๆ คนอะไรวะ หนวกหูเป็นบ้าเลยยยยยยย เข้าใจแล้วละ ที่เวลาใครพูดว่าอยากเอาหนังสือสมบัติผู้ดีัไปต้มให้กินนักนะ มันคือความรู้สึกอย่างไร เอาละวันนี้ขอประจานหน่อยละกัน ใกล้จะปิดเทอมแล้ว หวังว่าหล่อนคงจะรีบออกไปซะที ถ้าหล่อนอยู่ด้วยเทอมหน้า ชั้นคงเรียนไม่จบแหงๆ มีหวัง เขียนวิทยานิพนธ์ไม่ได้แน่ๆเชียว รสนิยมหล่อนก็ช่างแปลกจริงๆ น้ำหอมหรือกลิ่นดอกไม้เน่ากันแน่ยะ ตื่นขึ้นมาก็ฉีดซะฟุ้งไปทั่วห้องเลย โอยยยย จะบ้าตาย ไปๆ ไปไหนก็ไป ยัยประสาท เครียดโว้ย ฮึ่ม!!!!!
ได้ระบายค่อยสบายใจหน่อย อีเมทบ้า ฮาๆๆๆๆๆ
태국의 ประเพณี “ทำขวัญเดือน” ลูก - 한국의 돌잔치태국의 ประเพณี “ทำขวัญเดือน” ลูก...
คนไทยสมัยโบราณ มีประเพณีที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ...ปะเพณี “ทำขวัญเดือน” ซึ่งประเพณีนี้เราได้รับการถ่ายทอดมากจากศาสนาพารหมณ์ ใน ประเทศอินเดีย ทำเพื่อเป็นสิริมงคลกับลูกน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่อยู่ในช่วงประมาณ 1 เดือนหลังคลอดปัจจุบัน คนไทยที่รู้จักประเพณีนี้มีอยู่เพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่พยายามกระตุ้นเตือนให้ลูกหลานเห็นความสำคัญในการสืบทอดประเพณีอันดีงามนี้สืบต่อมาจนถึงยุคปัจจุบัน การทำขวัญเดือนให้กับเด็กในสมัยก่อนนั้น ไม่ได้หมายความว่า พอเด็กอายุครบ 1 เดือนจะต้องทำทันที แต่ก่อนทำพิธี จะต้อง นำ วัน เดือน ปี เวลาตกฟากของเด็กไปให้โหรผูกดวงกำหนดฤกษ์ให้ว่า วันประกอบพิธีควรจะเป็นวันใด เวลาใด พร้อมกับตั้งชื่อเด็กให้ถูกต้องตามเดช ศรี คือ ถ้าเป็นเด็กชายให้เป็น “เดช” นำหน้า ถ้าเป็นหญิง ให้เป็น “ศรี” นำหน้า จากนั้นจึงจะประกอบพิธีได้ ในปัจจุบัน ประเพณีมีการยืดหยุ่นไปบ้าง เพราะเหตุผลและความจำเป็นหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันบังคับ อย่างเช่น ในเรื่องของฤกษ์ผานาที และ ขั้นตอนการประกอบพิธี อาจจะไม่ได้เคร่งเครัดเหมือนยุคก่อน... หญิงไทยได้มีโอกาสไปชมพิธีทำขวัญเดือน “หลานสาวคนใหม่” ของ คุณอำพล และ ม.ล. สลีระพัฒน์ บุณยรัตพันธุ์ ที่บ้านย่านตลาดพลู เมื่อเร็วๆ นี้ จึงเก็บบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟัง การพิธีทำขวัญเดือน ในครั้งนี้ประกอบพิธีกรรมทั้งทาง ศาสนาพุทธ และ ศาสนาพราหมณ์ เริ่มด้วยพิธีของศาสนาพุทธก่อน มีการนิมนตร์พระสงฆ์มาให้ศีล อาราธนาพระปริตร และ เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่พิธีพราหมณ์ โดยผู้ที่มาประกอบพิธีในครั้งนี้ คือ พระราชครูวามเทพมุนี ในส่วนของพิธีพราหมณ์นั้นค่อนข้างจะมีรายละเอียดมาก เช่น จะต้องมีการเตรียม เครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาว มี บายศรี 5ชั้น เป็นบายศรีดอกไม้ ที่มีต่างกันทั้งหมด ห้าสี และ จะเป็นชนิดเดียวกันก็ได้ขอให้สีต่างเท่านั้น บายศรีห้าชั้นนี้จะเป็นตัวแทนของเทวดา บายศรีปากชาม อย่างน้อยต้องมีหนึ่งที่ บายศรีปากชามนี้ คือตัวแทนของ เขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดา ถั่ว งา นม เนย ข้าวตอกดอกไม้ ขนมต้มแดง-ต้มขาว ผลไม้ ได้แก่ กล้วย มะพร้าว เผือก มัน เป็นต้น เครื่องสักการะนี้สามารถเพิ่มเติมกันได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ พิธีของพารหมณ์ จะต้องมีสิ่งของ อื่นๆ ที่จำเป็น เช่น เครื่องดนตรี 3 ชิ้น ได้แก่ สังข์ บัณเฑาะว์ ฆ้อง พร้อมผู้ประโคม ถาดสามขา สำหรับรองเครื่องพิธี คือ สังข์รดน้ำ 1 สังข์ พร้อมมังศรี(พานรองสังข์) ,โถยอดปริก ใส่กระแจะ สำหรับจุณเจิม ครอบใส่น้ำเทพมนตร์ กรรไกร กรรบิด(กรรไกรแบบโบราณ) มีดในพิธี 3 เล่ม คือ มีดทอง มีดนากมีดเงิน และ มีดอีกชนิดคือ มีดโกน เปล ในสมัยโบราณ เปล หรือ พระอู่ (ใช้เรียกสำหรับ พระองค์เจ้าขึ้นไป) จะใช้สายสร้อยทองมาทำเป็นสายชักเปล แล้วยังต้องมี แมวมีชีวิตจริงๆ หนึ่งตัว แต่งตัวให้สะอาด หินบดอย่างโบราณ พร้อมทั้งลูกบด ถุงถั่วทอง 1 ถุง ถุงข้าวตอก 1 ถุง ถุงข้าวเปลือก 1 ถุง ถุงถั่วเขียว 1 ถุง ฟักเขียว 1 ลูกทาแป้งให้ตลอดทั้งลูก สมุด ดินสอ สำหรับผู้ที่ได้บุตรชาย ด้าย เข็ม สำหรับผู้ที่ได้บุตรหญิง ขันน้ำพานรองใส่ข้าวสารเสมอปากขัน แว่นเทียน 3 แว่น กล้วยน้ำไท 1 หวี มะพร้าวอ่อน1 ผล ขนมต้มแดง-ต้มขาว อย่างละ 1 จาน ผลไม้ ขนมที่ไม่มีไข่และน้ำมันเจือปน ใบบัวหรือใบบอนทำเป็นกระทง สำหรับใส่ผมเด็ก แต่ถ้าเป็นการจัดพิธีในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องเตรียมนั้น อาจจะมีไม่ครบกับที่กล่าวมาข้างต้นก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามพราหมณ์ผู้ประกอบพิธี จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาว่าจะตัดออกหรือใช้สิ่งใดทดแทนกับสิ่งของที่หาได้ยากในยุคนี้ ... เมื่อใกล้เวลาฤกษ์ เด็กจะถูกอุ้มเข้ามาในพิธี พราหมณ์เริ่มทำพิธี เจ้าภาพจะต้องเชิญแขกผู้ใหญ่สามท่าน เข้ามาขลิบผมเด็ก โดยพราหมณ์จะส่งสังข์ให้รดน้ำที่ศีรษะเด็ก จากนั้นใช้กรรบิดขลิบผม ตามด้วย มีดทอง มีดนากและมีดเงิน ตามลำดับ... เสร็จจากตัดผม เป็นการอาบน้ำ อ่างอาบน้ำที่จัดเตรียมมานั้น เปรียบเป็นมหาสาคร เจ้าภาพจะนำ กุ้ง ปลา (จำลอง) และ มะพร้าวทั้งลูกหุ้มด้วยกระดาษเงินและกระดาษทองมาจุ่มในอ่างน้ำพอเป็นพิธี การทำเช่นนี้มีความหมายถึง ความเจริญงอกงาม นอกจากนี้แล้วก็จะมีอัญมณี 9 ชนิด มาจุ่มน้ำด้วย เพราะการมีอัญมณีนั้นเชื่อว่าจะยิ่งเสริมสร้างสิริมงคลให้กับเด็กมากขึ้น ในเวลาที่นำเด็กลงอาบน้ำนั้น ดนตรีทั้งสามชิ้นจะเริ่มประโคมเพลง เด็กจะใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะเป็นการอาบที่พอเป็นพิธีเท่านั้นหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเด็กจะถูกนำไปแต่งตัวใหม่...ซึ่งระหว่างที่นำเด็กไปแต่งตัวอยู่นั้น พราหมณ์จะจุณเจิมเปลและนำของที่จัดเตรียมไว้ อันได้แก่ ถุงถั่วทอง ถุงข้าวตอก ถุงข้าวเปลือก หินบดยา ฟักเขียว สมุด ดินสอ หรือ ด้ายเข็ม (ถ้าเป็นปัจจุบันนั้น สามารถดัดแปลงได้ ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่อยากจะให้ลูกประกอบอาชีพอะไรในอนาคต ) แมว(รูปปั้น)ที่แต่งตัวสวยงาม ลงไปที่เปลก่อน เมื่อถึงเพลเจ้าภาพจัดการถวายภัตตาหารถวายพระสงฆ์ เมื่อพระฉันท์เสร็จแล้วจึงถวายเครื่องไทยธรรม และนิมนต์กลับวัด จากนั้นจึงเริ่มพิธีต่อ... เมื่อเด็กแต่งตัวเสร็จ จะถูกนำมาร่วมพิธีอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้ญาติพี่น้องและแขกที่มาร่วมงานจะมานั่งล้อมกันเป็นวงกลม พราหมณ์ส่งเทียน ทีละเล่มเป็นจำนวนสามเล่มให้กับญาติและแขกที่มาร่วมงานได้ร่วมเวียนกัน การเวียนเทียนนั้นจะเริ่มเวียนไปทางขวา เมื่อครบสามรอบพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจะแกะผ้าหุ้มบายศรีออก การเวียนเทียนนั้นเปรียบเหมือนเป็นการเดินรอบเขาพระสุเมรุ ผ้าหุ้มบายศรีนั้นจัดเป็นผ้ามงคล จึงนำมาวางไว้ในเปลอีกหนึ่งอย่าง จากนั้นผู้เวียนเทียนจะต้องเวียนอีก 2 รอบ ให้ครบ 5 รอบ เมื่อเสร็จการเวียนเทียน พราหมณ์จะดับเทียนสองแว่น เหลือไว้เพียงแว่นเดียว แล้วเริ่มพิธีตักขวัญ ด้วยการใช้มือหนึ่งถือมะพร้าวอ่อน อีกมือหนึ่งถือช้อนเงิน หรือช้อนทองขนาดเล็ก ตักตามช่องบายศรี ทั้งสามด้าน 3 หน เสร็จแล้วนำช้อนมาตักไข่ยอดบายศรีปากชาม ใส่มะพร้าว ป้อนเด็ก 3 ครั้ง ต่อมา เป็นการให้มงคล โดยการผูกข้อมือเด็ก ด้วยสายสิญจน์ที่ผ่านพิธีกรรมแล้วจึงจุณเจิมหน้าผากให้กับเด็ก และนำลงเปลพร้อมกับสวดกล่อม บทสวดนี้เป็นการขอให้เทพเทวา คุ้มครองรักษา ขอให้มีความสุข ความสบายใจ ให้อนาคตของเด็กมีแต่สิ่งที่ดีงาม ราบรื่น จากนั้นพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจะให้ผู้ใหญ่และแขกในงานจะเข้ามาแสดงมุฑิตาจิต นำของขวัญมาให้เด็กที่นอนอยู่ในเปล เป็นอันเสร็จพิธี ที่มา : นิตยสารหญิงไทย ฉบับที่ 669 ปีที่ 28 ปักษ์หลัง เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2546 โดย กิ่งสุรางค์
http://www.chaiyo.com/education/konaowtan.php?mcid=3300 "คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก
ทั้ง ๓ อย่างนี้พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้"
วิธีคิดไม่ธรรมดาของมาร์ติน วีลเลอร์ นิยามความรวยกับความจน มันเป็นเรื่องแปลกนะที่ประเทศไทยคนยากจนมีหนี้สินเยอะ ที่อังกฤษมีแต่คนรวยที่มีหนี้สิน คนจนไม่มีหนี้ เพราะเขาไม่ให้คนจนยืมเงิน เนื่องจากกลัวจะไม่มีปัญญาใช้คืน จึงไม่มีสิทธิ์มีหนี้สิน แต่คนรวยยืมเงินได้ คำว่ารวยกับคำว่าจน มันคืออะไรกันแน่ ที่ขอนแก่นเขาว่าผมบ้าบ้าง ฝรั่งยากจนบ้าง ฝรั่งตกอับบ้าง ฝรั่งขี้นก ฝรั่งไม่มีเงิน แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ ผมรวยนะ เขาถามว่ารวยได้ยังไง ผมบอกว่า ๑.ผมมีบ้าน ผมทำบ้านเล็กๆ เป็นกระท่อมน้อยๆ เอาหญ้ามามุงหลังคา ชาวบ้านเรียกว่าเถียงนา ไม่ใช่บ้านหรอก ผมบอกว่าใช่ มันบ้านของผม ไม่ใช่บ้านเจ้านาย ราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท อยู่ได้ครับ มันกันแดด-กันฝนได้ แค่นั้นผมก็รวยแล้ว ๒.มีที่ดินแค่ ๖ ไร่เท่านั้นเอง ที่นั่นเขาบอกว่ากระจอก มีนิดเดียว แต่สำหรับฝรั่งมันเยอะมาก จริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นพื้นฐานของชีวิต เราต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของเรา ไม่ใช่ของเจ้านาย เพราะว่าถ้ามันเป็นของเจ้านาย เราต้องไปหาเงินให้เขา ถ้าเราไม่มีเงินเขาก็ไล่เราออก เราไม่มีที่อยู่นะ เพราะฉะนั้น ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองไว้ก่อน ซึ่งผมก็มีบ้าน คิดว่าลูกของผมจะต้องมีบ้านแน่ๆ ด้วย เรื่องเกษตรผมทำไม่เก่ง แต่ที่ทำได้ง่าย คือปลูกต้นไม้ ไม้ประดู่ ไม้สะเดา ไม้ยาง ปลูกไว้ให้ลูกสร้างบ้าน ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้โตเร็วมาก
แค่ ๒๕-๓๐ ปี ตัดได้แล้ว ไม่เหมือนอังกฤษ ๒๐๐ ปีได้เท่านี้เอง เพราะอากาศเย็น เป็นเรื่องแปลกที่คนไทยจะบ่น โอ๊ย...มันร้อนๆ ผมว่ากลับเป็นเรื่องดี
แสงแดดเยอะจะทำการเกษตรได้ตลอดเวลา ๑ ปี ทำได้ทุกวัน แต่คนไทยจะบ่นว่าร้อนๆ ไม่เอา..ไม่เอา..อยากเป็นคนผิวขาวดีกว่า แต่คนอังกฤษเขาถือคนผิวขาวเป็นคนจน เพราะว่าไม่มีปัญญาจะไปเมืองนอก ซึ่งกลับกันเลย แม้แต่พ่อของผมเขาก็ยังมีเครื่องอาบแดดเพื่อให้ผิวเป็นสีแทน ให้ดูเป็นแบบคนมีสตางค์ แต่คนไทยกลับอยากมีผิวขาว ผมมีลูก ๓ คน ชาย ๒ หญิง ๑ สิ่งสำคัญที่สุด ๒ เรื่องในชีวิตของเรา คือ ๑.ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้ จึงจะถือว่าชีวิตประสบความสำเร็จ ๒.ต้องมีงานทำทุกวัน ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นงานอะไร แต่ขอให้มีงานทำทุกวัน ชีวิตจึงจะไม่สูญเปล่า วิธีเดียวที่รับประกันได้ว่าลูกมีงานทำ คือการมีที่ทำกินให้เขา และเราต้องช่วยให้เขาทำเป็น ผมคิดว่าคนชนบทจริงๆ ใครมีที่ดินทำกินแล้วจะไม่ตกงาน เว้นแต่คนขี้เกียจ ซึ่งบางคนมีที่ดินเยอะ แต่ไม่ยอมทำ ถ้าเราสั่งสอนให้ลูกรู้จักทำมาหากิน เขาก็ไม่ตกงาน ผมถือว่างานที่อิสระและมีประโยชน์มากที่สุดคืองานเกษตร ซึ่งช่วยให้เรากินอิ่มทุกวัน คนอังกฤษกินไม่อิ่มเยอะมากนะ ผมไม่อยากให้ลูกของผมอดอาหาร อยากให้ลูกกินอิ่มในลักษณะที่ส่งเสริมสุขภาพด้วย กินอาหารที่ไม่มีสารพิษ กินอาหารแบบเรียบง่ายก็ได้ แต่อิ่มทุกวัน เมื่อมีบ้าน มีงาน มีอาหาร ลูกของผมก็จะรวยที่สุด...ฯลฯ จุดอ่อน-จุดแข็งของคนไทย
ผมคิดว่าคนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจระบบทุนนิยม เห็นฝรั่งที่ไหนก็คิดว่ารวยหมด คิดว่าการพัฒนาในระบบทุนนิยมจะทำให้ทุกคนมีเงิน ไม่เข้าใจว่าประเทศที่พัฒนาระบบทุนนิยมนานแล้ว เช่น อังกฤษ สหรัฐ มีปัญหาเยอะมาก แต่.....คนไทยก็คิดว่าเมืองนอกดีกว่า อันนี้จุดอ่อนครับ คือคนไทยสนใจเมืองนอก ไม่ได้สนใจประเทศไทย ผมเป็นฝรั่ง คุณเลยนั่งฟังผม ถ้าผมเป็นชาวบ้าน คุณจะไม่สนใจผม อันนี้เป็นจุดอ่อนนะ แต่จุดแข็งคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินประเทศไทยอุดมสมบูรณ์มากๆ มีดินเยอะมาก น้ำเยอะมาก แสงแดดเยอะมาก ทำเกษตรอยู่รอดแน่ เป็นพลังแผ่นดินใครๆก็อยากได้ประเทศไทย ผมก็ได้ถึง ๖ ไร่ คนไทยโชคดีมากๆ ที่ได้ในหลวงเป็นผู้นำ
พระองค์ท่านเป็นคนที่ทำงานหนักมากเพื่อช่วยให้คนคิดได้ ช่วยให้คนอยู่ได้ จะหากษัตริย์ในประเทศอื่นไม่ค่อยมีแบบนี้ ปัญหาคือคนไทยส่วนมากนับถือในหลวง แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสอนของในหลวง พระองค์ท่านบอกมา ๒๗ ปีถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนไทยก็ไม่รู้จักพอเพียง
เอาอย่างเดียว ถึงยกมือไหว้ในหลวง แต่เวลาดำรงชีวิตไม่ได้ทำตามในหลวง ก็ในหลวงบอกไว้แล้วว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเสือ ขอให้มีอยู่มีกินไว้ก่อน ถ้าทุกคนเริ่มคิดจริงๆ ถึงสิ่งที่ในหลวงพูด เราน่าจะช่วยให้ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะความคิดของในหลวงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต้องอาศัยพลังแผ่นดิน ทำได้เฉพาะประเทศไทยนะ เศรษฐกิจพอเพียง ที่อื่นทำไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะเหมือนประเทศไทย พวกคุณโชคดีที่ได้แผ่นดินดีๆ ได้ผู้นำ (ในหลวง) ที่ดีด้วย และเรื่องที่ ๓
เรื่องศาสนา ผมคิดว่า ศาสนาพุทธมีความสำคัญมากๆ สำหรับคนไทย ไม่ใช่แค่นับถือไหว้พระ แค่นั้นไม่พอ แต่อยู่ที่การปฏิบัติด้วยนะ มักน้อย สันโดษ พอเพียง ธรรมะคือธรรมชาติ เป็นเรื่องง่ายๆ พึ่งตนเองก็ได้ ปรัชญาของศาสนาพุทธทำได้นะแต่คนไทยจำนวนน้อยที่เข้าใจ จริงๆ แล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ออกแบบให้เหมาะสมสำหรับคนบ้านนอก ให้ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ทำลาย ไม่เอาเปรียบ แต่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมขาติ อยากบอกอะไรคนไทย คุณโชคดีมากๆ ที่เกิดในประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปรบกับใคร ไม่ต้องไปเอาน้ำมันจากใคร ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น ประเทศไทยอยู่ได้ กินอิ่ม มีเหลือแจกด้วย อย่าไปคิดเรื่องเงินอะไรมาก อย่าลดคุณค่าความเป็นไทยของตัวเองลง คนไทยส่วนมากนิสัยดีจริงๆ คนไทยมีน้ำใจ หายากนะ คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก ทั้ง ๓ อย่างนี้ พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้ ชีวิตที่ไม่ทะเยอทะยานเกินไป คือชีวิตที่มีคุณภาพ ชาวบ้านทุกคนทำได้ ผมเองถึงยังทำไม่สำเร็จ แต่มั่นใจว่าจะทำได้แน่ในอนาคต ถ้าผมทำได้ คนอื่นก็คงทำได้ง่ายกว่าผมเยอะ ทุกอย่างอยู่ที่เรา ถ้าเราไม่อยากได้อะไรมากเกินไปในชีวิต ชีวิตมันก็ง่าย พยายามทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้นอย่าให้มันสับสน อย่าให้มันลำบาก พยายามรักษาสิ่งแบบนี้ให้ดี และ อย่าเชื่อฝรั่งมากเกินไป. ขอขอบคุณข้อมูลจาก chaiyo.com $$$
$$$
$$$
$$$
$$$
$$$
$$$
$$$
$$$
$$$
~-*감기시 민감요법*-~* 생파 찜질
생파를 얇고 둥글게 썰어, 가제로 싸서 목에 감는다. 파의 점액이 열로 바싹 마르게 되면 새 파로 교환한다. 이렇게 여러번 되풀이하고 있는 동안에 목의 통증도 사라질 것이다.
* 소금물 양치질
컵에 굵은 소금을 한줌 넣고 물에 녹여, 이것으로 양치질을 하면 다음날 아침에는 목의 통증이 없어진다. 다음날도 아침 저녁 2회 반복하면, 아픔이 재발하는 일이 거의 없다.
* 감자 즙
목이 부어 아프거나, 편도선염이 되면 감자를 강판에 갈아 생긴 즙을 탈지면에 흠뻑 적셔 목에 대고 붕대로 감으며 염증이 사라진다.
* 영근즙
생 연근을 갈아서 가제로 거른 즙에 벌꿀을 넣어 먹기 쉽게한다. 한 스푼으로도 효과가 있다. 하루에 수 회 복용하도록 한다.
* 말린 귤껍질
귤껍질에는 비타민 C가 풍부하다. 비타민 C는 감기의 바이러스를 추방하는 데 도움이 되므로 활용해 보자. 굴을 먹거 나서 껍질을 말려 잘게 썰어 달여 먹으면 기침이 날 때 효과를 발휘할 것이다.
* 푸른 매실을 설탕에 담근 즙
한 스푼 정도씩 하루 3회 복용하면 기침이 그친다.
만드는 방법
- 푸른 매실을 깨끗이 썰어서 다음에 설탕을 뿌려 담근다. (매실과 설탕을 대략 같은 양으로 하지 않으면 신맛이 강해지므로 설텅의 양은 신경써서 넣어야 한다)
- 2~3개월 지나면 즙이 배어나오는데 이 즙을 복용한다.
* 무 씨
꽃가게에서 팔고 있는 무의 씨도 좋다. 이것은 깨처럼 볶아 절구에다 빻아서 복용한다. 기침 감기에 잘 듣는다.
* 마늘과 벌꿀
감기에 걸렸을 때 하루에 1~3회씩 먹으면 그 효과는 대단히 만족할 만하다.
만드는 방법
- 1kg의 마늘을 껍질을 벗기고 깨끗이 썻어서 소쿠리에 담는다.
- 찜통에 행주를 깔고 그 위에 마늘을 넣고 3분간 뚜껑을 덮고 찐다.
- 다시 2분간 뚜껑을 열고 찐다. (이렇게 하면 마늘냄새가 완전히 없어진다.\)
- 위와같이 찐 마늘을 다른 냄비로 옮겨, 벌꿀 450g을 넣고 다시 한 번 불에 올려놓고 조린다.
* 마늘 무즙
재채기와 콧물감기에 잘 듣는다.
만드는 방법
- 강판에 간 무를 즙과 함께 끓여 여기에 마늘 한 조각을 찧어 넣어서 먹는다.
* 생강탕
생강탕을 자기잔에 마시면 경증의 감기일 경우 간단히 낫는다. 그때 후추를 몸에 발라 마사지를 하거나 발바닥의 장심에 후추를 바르고 자면 효과가 배가한다.
만드는 방법
- 생강을 강판에 갈아, 설탕이나 벌꿀을 소량 넣고 뜨거운 물을 부어두었다가 이것을 자기전에 마신다.
* 참기름
가벼운 코감기라면 콧구멍에 참기름을 바르는 것만으로 편해질 수 있다.
* 솔잎 끓인 물
하루 1회 복용하면 꽤 고질화된 감기라도 잘 듣는다.
만드는 방법
- 솔잎을 넣고 끓인 물이 절반 정도로 달여지게 되면 감기약이 다 된 것이다.
- 맛을 보아, 떫고 시콤할 정도로 진한 것이 좋다.
* 감게 쪄서 고운 귤
초기 감기라면 다음날 아침에는 씻으듯 낫고, 증세가 심하다 해도 이틀정
만드는 방법
- 귤을 통째로, 가능하면 숯불로, 불가능하면 알미늄 박지로 써서 가스불로 천천히
- 껍질이 검에 누를 때까지, 뜨거울 때 후후 불면서 먹고 잠자리에 든다.
대응 제약----땡규----WWW.DAEWOONG.CO.KR 진실이야 거짓이랴???
----->>>----->>>-ข้อมูลจาก ที่ไหนก็ไม่ทราบ แต่ไงก็ขอบคุณมากนะค่า----->>>----->>>
|
한국어, 태국어, 말레이어와 영어 단어를 손쉽게 찾을 수 있는 웹사이트다.
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|